2026-05-25
ยกกระชับใบหน้าวัย 60+ แก้ไขร่องแก้มและร่องน้ำหมาก โดย นพ. ยู ยองมุน ผู้อำนวยการ Vaive Plastic Surgery
การผสมผสานระหว่าง Tension Fit Thread Lift + ฟิลเลอร์ร่องแก้ม + BYRYZN เพื่อผลลัพธ์การย้อนวัยที่เป็นธรรมชาติ

การผสมผสานระหว่าง Tension Fit Thread Lift + ฟิลเลอร์ร่องแก้ม + BYRYZN เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
สวัสดีครับ
ผม นพ. ยู ยองมุน ผู้อำนวยการ Vaive Plastic Surgery ครับ
เมื่ออายุมากขึ้น บริเวณที่สร้างความกังวลใจมากที่สุดจุดหนึ่งก็คือ
ร่องแก้ม (Nasolabial Folds) และร่องน้ำหมาก (Marionette Lines) ครับ
โดยเฉพาะหลังจากวัย 60 ปีขึ้นไป ไม่ได้มีเพียงแค่ริ้วรอยเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาดังนี้:
✔ เนื้อเยื่อบริเวณแก้มหย่อนคล้อยลงด้านล่าง
✔ โครงสร้างรอบริมฝีปากเริ่มทรุดตัว
✔ ความยืดหยุ่นของผิวลดลง
✔ ไขมันฝ่อตัวหรือเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง
ซึ่งทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูเหนื่อยล้าและหนักอึ้งครับ
สำหรับคนไข้เคสนี้ก็มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับ ‘ร่องแก้มและร่องน้ำหมากที่ลึกขึ้น’
เราจึงไม่ได้ใช้วิธีการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่ดำเนินแผนการรักษาในทิศทางที่ช่วยปรับปรุงทั้ง ‘ความหย่อนคล้อย + ความตอบบุ๋ม + ริ้วรอยผิว’ ไปพร้อมกันครับ
จุดที่กังวลก่อนรับบริการ
✔ ร่องแก้มที่ลึกขึ้น
✔ ร่องน้ำหมากที่หย่อนคล้อยลงใต้ริมฝีปาก
✔ ใบหน้าส่วนล่างที่ดูหนักและหย่อน
✔ ความยืดหยุ่นของผิวลดลง
✔ ริ้วรอยตื้นๆ รอบริมฝีปาก
✔ ใบหน้าที่ดูดุและเหนื่อยล้า
ในกรณีเช่นนี้ หากเติมเพียงฟิลเลอร์ซ้ำๆ มักจะทำให้ใบหน้าดูหนักและใหญ่ขึ้นกว่าเดิมครับ
ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับแรกคือ ‘การยกเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิม’ ครับ





หัตถการหลักที่ 1: Tension Fit Thread Lift
หัวใจสำคัญของเคสนี้คือ
Tension Fit ซึ่งเป็นการร้อยไหมซิกเนเจอร์ของ Vaive Plastic Surgery ครับ
Tension Fit ไม่ใช่แค่การใส่ไหมเข้าไปในปริมาณมาก แต่คือการ:
✔ วิเคราะห์ทิศทางการหย่อนคล้อย
✔ น้ำหนักของไขมัน
✔ ความหนาของผิว
✔ สภาพของเส้นยึดผิว (Retaining Ligaments)
✔ รูปหน้าและความสมดุล
เพื่อออกแบบทิศทางและความลึกของไหมให้แตกต่างกันไปในคนไข้แต่ละรายครับ
โดยเฉพาะผู้ที่มีร่องแก้มและร่องน้ำหมากลึก การออกแบบให้มีการจัดเรียงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยไปทางด้านข้างอย่างเป็นธรรมชาตินั้นสำคัญกว่าการดึงขึ้นตรงๆ เพียงอย่างเดียวครับ
ในคนไข้เคสนี้ เส้นรอบริมฝีปากที่เคยทรุดตัวได้รับการจัดระเบียบอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ร่องน้ำหมากดูละมุนขึ้นมากครับ
ทำไมหลังร้อยไหมใบหน้าอาจดูใหญ่ขึ้นเล็กน้อย?
ภาพปัจจุบันเป็นภาพหลังทำทันที จึงยังมีอาการบวมอยู่บ้างครับ
นอกจากนี้ ทันทีหลังการยกกระชับ เนื้อเยื่อที่เคยพับอยู่ด้านในจะถูกกางออกไปด้านนอก
ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าดูหน้ากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองจากด้านหน้าครับ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากคือ:
✔ ความลึกของร่องแก้มลดลง
✔ ร่องน้ำหมากจางลง
✔ ความหย่อนคล้อยรอบริมฝีปากดีขึ้น
✔ ใบหน้าที่เคยดูหนักเปลี่ยนไป
เมื่ออาการบวมยุบลงและเนื้อเยื่อเข้าที่ กรอบหน้าจะดูเป็นธรรมชาติและเรียวเล็กลงกว่านี้มากครับ
หัตถการหลักที่ 2: BYRYZN
หัตถการที่ส่วนตัวผมรู้สึกพึงพอใจมากในเคสนี้คือ
BYRYZN ครับ
โดยเฉพาะประสิทธิภาพในการปรับปรุงริ้วรอยผิวตื้นๆ ที่พับอยู่บริเวณร่องน้ำหมากนั้นดีมากครับ
BYRYZN คือหัตถการอะไร?
BYRYZN แตกต่างจากแนวคิดของ ‘ฟิลเลอร์เพื่อการเติมเต็ม’ ทั่วไปเล็กน้อยครับ
มันช่วยปรับปรุงสภาพชั้นผิวโดยตรงเพื่อ:
✔ เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว
✔ บรรเทาริ้วรอยตื้นๆ
✔ ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน
✔ ลดริ้วรอยเล็กๆ (Fine lines)
✔ ช่วยสร้างวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ
กล่าวคือ เป็นแนวทางที่ทำให้ผิวแข็งแรงและแน่นขึ้น มากกว่าการเติมให้ดูหนักครับ
กรณีที่ BYRYZN ได้ผลดีเป็นพิเศษ
1. กรณีที่ร่องน้ำหมากพับเป็นชั้นตื้นๆ หลายชั้น
จะได้ผลดีมากในกลุ่มที่ผิวบางและยับย่นมากกว่าการเป็นร่องลึก
2. กรณีที่กังวลเรื่องการฉีดฟิลเลอร์
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องการเติมวอลลุ่มมากเกินไป
3. กรณีที่มีริ้วรอยเหลืออยู่หลังการร้อยไหม
ดีมากสำหรับการเก็บรายละเอียดริ้วรอยตื้นๆ ที่การยกกระชับเพียงอย่างเดียวแก้ไม่ได้
4. วัย 50-60 ปีที่ผิวบางและขาดความยืดหยุ่น
เป็นกลุ่มวัยกลางคนที่มักจะมีความพึงพอใจสูงหลังทำครับ
หัตถการหลักที่ 3: ฟิลเลอร์ร่องแก้ม
คนไข้เคสนี้มีปัญหา ‘การสูญเสียความหนาแน่นของใบหน้าส่วนกลาง’ ร่วมด้วย ซึ่งการร้อยไหมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ได้ทั้งหมด
เราจึงใช้ Tension Fit ยกเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยขึ้นก่อน
จากนั้นจึงเติมเต็มวอลลุ่มร่องแก้มที่ขาดหายด้วยฟิลเลอร์อย่างเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
ลำดับขั้นตอนนี้สำคัญมากครับ
หากฉีดฟิลเลอร์ในขณะที่ผิวยังหย่อนคล้อย อาจทำให้ร่องแก้มดูหนาและหนัก
แต่ถ้าปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อด้วยการยกกระชับก่อน แล้วค่อยเติมฟิลเลอร์เท่าที่จำเป็น
✔ จะดูเป็นธรรมชาติกว่ามาก
✔ ใบหน้าดูไม่หนัก
✔ และมักจะคงผลลัพธ์ได้นานขึ้นด้วยครับ
โดยเฉพาะในเคสนี้ เมื่อรอยบุ๋มและเงาบริเวณร่องแก้มจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
ใบหน้าจึงดูละมุนและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
หัตถการหลักที่ 4: สกินโบท็อกซ์ (Skin Botox)
ในเคสนี้เราได้ทำสกินโบท็อกซ์บริเวณร่องแก้มและร่องน้ำหมากควบคู่ไปด้วยครับ
สกินโบท็อกซ์จะถูกฉีดเข้าไปในชั้นผิวตื้นๆ เพื่อ:
✔ ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน
✔ บรรเทาริ้วรอยเล็กๆ
✔ กระชับรูขุมขน
✔ เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว
โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ BYRYZN จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการลดริ้วรอยรอบริมฝีปากได้ดีมากครับ
นอกจากนี้ยังได้ทำโบท็อกซ์บริเวณระหว่างคิ้ว / สันจมูก / กราม ร่วมด้วย
โบท็อกซ์ระหว่างคิ้วและสันจมูกช่วยลดภาพลักษณ์ที่ดูดุและหงุดหงิด
ส่วนโบท็อกซ์กรามช่วยปรับวอลลุ่มใบหน้าส่วนล่างที่ดูหนักให้ดูเรียวละมุนขึ้นครับ
สรุป: การผสมผสาน Tension Fit + ฟิลเลอร์ร่องแก้ม + BYRYZN
✔ กรณีที่ร่องแก้มและร่องน้ำหมากลึกพร้อมกัน
✔ วัยกลางคนที่ผิวขาดความยืดหยุ่น
✔ กรณีที่ฉีดฟิลเลอร์ซ้ำๆ จนใบหน้าดูหนัก
✔ ผู้ที่ต้องการดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
✔ กรณีที่ผิวรอบริมฝีปากพับเป็นรอยตื้นๆ
✔ กรณีที่ต้องการปรับปรุงริ้วรอยผิวที่การยกกระชับเพียงอย่างเดียวทำได้ไม่เต็มที่
ในกรณีเหล่านี้ การใช้วิธีการรักษาแบบผสมผสานทั้ง:
การยกกระชับ (Lifting)
การเติมเต็มวอลลุ่ม (Volume)
การปรับสภาพผิว (Skin Texture)
มักจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากกว่าการทำเพียงอย่างเดียวครับ
การยกกระชับเพื่อการชะลอวัยที่ Vaive Plastic Surgery
Vaive Plastic Surgery ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการดึงหน้าให้ตึงเปรี๊ยะ แต่เราคำนึงถึง:
✔ สาเหตุของความหย่อนคล้อย
✔ สภาพผิว
✔ ตำแหน่งของไขมัน
✔ ความลึกของริ้วรอย
✔ ความสมดุลโดยรวมของใบหน้า
เพื่อมุ่งสู่การชะลอวัยในทิศทางที่ดูเป็นธรรมชาติและดูดีที่สุดครับ
โดยเฉพาะ Tension Fit Thread Lift ที่มีหัวใจสำคัญคือการวิเคราะห์ลักษณะการหย่อนคล้อยของคนไข้แต่ละรายอย่างละเอียด เพื่อออกแบบทิศทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดครับ
หากคุณกังวลเรื่องร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือความหย่อนคล้อยรอบริมฝีปาก
ลองพิจารณาการยกกระชับควบคู่ไปกับการปรับปรุงสภาพผิว แทนการฉีดฟิลเลอร์ซ้ำๆ เพียงอย่างเดียวดูนะครับ