2026-09-22
ตาสองชั้นทรงอินเอาท์ (In-Out) สวยคมชัดด้วยการปรับกล้ามเนื้อตากึ่งกรีด ! โดย นพ. ยู ยองมุน VIBE Plastic Surgery สถานีชินนนฮยอน
รีวิวเคสตาสองชั้นทรงอินเอาท์ (In-Out) ด้วยการปรับกล้ามเนื้อตากึ่งกรีดร่วมกับเปิดหัวตาและเปิดมุมบน โดย นพ. ยู ยองมุน VIBE Plastic Surgery แก้ปัญหาตาปรือ รอยพับหัวตาหนา ให้ดวงตาสดใส คมชัด พักฟื้นไว

สวัสดีครับ
ผม นพ. ยู ยองมุน ศัลยแพทย์ตกแต่งจาก VIBE Plastic Surgery ครับ
เวลาให้คำปรึกษาเรื่องศัลยกรรมตา มีหลายท่านเลยครับที่มักจะบอกว่า
“ไม่ใช่ว่าไม่มีชั้นตานะคะ แต่ตาดูกลืนและอึดอัดมากเลย”
“ถ้าลืมตาให้ชัดขึ้น หน้าจะดูเหนื่อยล้าหรือเปล่าคะ?”
“กังวลว่าถ้าเปิดหัวตาหรือเปิดหางตาด้านบนแล้วจะดูหลอกตาเกินไปค่ะ”
ในความเป็นจริงแล้ว การศัลยกรรมตาไม่ใช่แค่การสร้างรอยพับชั้นตาขึ้นมาเพียงอย่างเดียว
แล้วจะได้ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงตามที่ต้องการเสมอไปครับ
ในกรณีที่แรงในการลืมตาดูอ่อนแรง อาจจำเป็นต้อง "ปรับกล้ามเนื้อตา (Eye Ptosis Correction)"
และหากมีรอยพับมุมหัวตา (Mongolian fold) บดบังจนดูอึดอัด ก็สามารถพิจารณาทำ "การเปิดหัวตา/เปิดมุมบน (Epicanthoplasty/Upper Canthoplasty)" ควบคู่กันไปด้วยครับ
เคสที่จะนำมาแชร์ในวันนี้ ก็เป็นคนไข้ที่มีลักษณะอาการดังกล่าวเช่นกันครับ
สำหรับคนไข้ท่านนี้ เราได้ทำการรักษาด้วยวิธี "ปรับกล้ามเนื้อตากึ่งกรีด (Partial Incision) + เปิดหัวตา/เปิดมุมบน" ร่วมกัน
โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างดวงตาที่ดูกลมโต คมชัด และสดใสยิ่งขึ้นครับ
ก่อนผ่าตัด มีจุดไหนที่เป็นกังวลบ้าง?
หากดูดวงตาก่อนผ่าตัด ภาพรวมของสายตาจะดูดุเล็กน้อย
และเวลาลืมตา เปลือกตาด้านบนจะตกลงมาบดบังตาดำ
ทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่สดใส และตาดูไม่ชัดเจน
นอกจากนี้ ตรงหัวตายังมีรอยพับมุมหัวตาปิดคลุมอยู่
ทำให้ดวงตาดูสั้นกว่าความยาวจริงของรูปตาเดิม
ในกรณีแบบนี้ หากสร้างเพียงชั้นตาให้หนาหรือสูงขึ้น ก็อาจจะยิ่งดูไม่เป็นธรรมชาติได้ครับ
สิ่งสำคัญคือ
ไม่ใช่แค่การทำให้ตาโตขึ้นอย่างเดียว,
แต่เป็นการช่วยเสริมแรงในการลืมตาอย่างเป็นธรรมชาติ,
ลดความอึดอัดบริเวณหัวตา
เพื่อดึงเสน่ห์ของรูปตาเดิมให้ออกมาคมชัดและสวยงามยิ่งขึ้น
การผ่าตัดในครั้งนี้ จึงได้คำนึงถึงจุดเหล่านี้
และเลือกใช้การปรับกล้ามเนื้อตากึ่งกรีดร่วมกับการเปิดหัวตา/มุมบนครับ
การปรับกล้ามเนื้อตากึ่งกรีด (Partial Incision Ptosis Correction) คืออะไร?
การปรับกล้ามเนื้อตา คือการผ่าตัดปรับปรุงการทำงานของกล้ามเนื้อที่ใช้ลืมตาและสภาพเปลือกตา
เพื่อให้สามารถลืมตาได้อย่างสดใส สบายตา และมีแรงยกตาที่ดีขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อลืมตาแล้วตาดำถูกปิดบังไปมาก หรือมีลักษณะตาปรือเหมือนคนง่วงนอน ก็สามารถพิจารณาปรับกล้ามเนื้อตาได้ครับ
การปรับกล้ามเนื้อตาแบบกึ่งกรีด ไม่ใช่การกรีดยาวตลอดแนวเปลือกตา
แต่เป็นวิธีที่ผ่าตัดผ่านรอยกรีดขนาดเล็กเฉพาะจุดที่จำเป็นเท่านั้น
ดังนั้น หากประเมินและเลือกใช้กับสภาพตาของคนไข้ได้อย่างเหมาะสม
ก็สามารถคาดหวังผลลัพธ์ชั้นตาที่เป็นธรรมชาติ ไร้กังวลเรื่องรอยแผลเป็น พร้อมดวงตาที่คมโตสดใสไปพร้อมกันได้ครับ
ข้อดีของการปรับกล้ามเนื้อตากึ่งกรีด
1. รอยกรีดมีขนาดเล็ก จึงช่วยลดภาระในระยะพักฟื้นได้ดีเยี่ยม !
เนื่องจากวิธีกึ่งกรีดจะเปิดแผลเฉพาะตำแหน่งที่จำเป็นเท่านั้น
เมื่อเทียบกับวิธีกรีดยาวตลอดแนว แผลจึงมีขนาดเล็กกว่ามาก
แม้จะขึ้นอยู่กับสภาพตาและขอบเขตการผ่าตัดของแต่ละบุคคล
แต่โดยทั่วไปจะช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อที่ไม่จำเป็น และช่วยลดระยะเวลาพักฟื้นลงได้
จึงเป็นวิธีที่ได้รับความสนใจมากสำหรับผู้ที่ต้องการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็วหลังทำตาครับ
2. สามารถดีไซน์ให้รอยแผลเป็นกลมกลืนจนมองไม่เห็นได้ !
การปรับกล้ามเนื้อตากึ่งกรีดไม่ต้องเปิดแผลยาวตลอดเส้นชั้นตา
แต่จะเปิดแผลขนาดเล็กเฉพาะจุดที่กำหนดไว้
เมื่อเวลาผ่านไป รอยกรีดจะสมานตัวเข้าที่
และซ่อนตัวอยู่ในรอยพับชั้นตาอย่างเป็นธรรมชาติ
ทำให้คลายกังวลเรื่องรอยแผลเป็นที่สังเกตเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรอยแผลเป็น
อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการดูแลตนเองหลังผ่าตัดของแต่ละบุคคล
จึงอาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทั้งหมดในทุกคนครับ
3. ให้ผลลัพธ์ชั้นตาที่คมชัดและอยู่ทนกว่าวิธีเย็บจุด (Non-incision) !
ต่างจากการเย็บตรึงชั้นตาด้วยไหมเพียงอย่างเดียว
วิธีกึ่งกรีดช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างเนื้อเยื่อภายในได้โดยตรงขณะจัดทรงตา
จึงช่วยให้สามารถแก้ไขได้อย่างละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องประเมินความหนาของเปลือกตา ปริมาณไขมัน และแรงในการลืมตาร่วมด้วย
4. ออกแบบรูปตาได้อย่างเป็นธรรมชาติกลมกลืน !
การปรับกล้ามเนื้อตาไม่ได้แปลว่าจะต้องดึงให้ตาเบิกกว้างเพียงอย่างเดียวเสมอไปครับ
เพราะหากปรับมากเกินไป อาจทำให้สายตาดูแข็งเกร็งและไม่เป็นธรรมชาติ
การคำนึงถึงรูปตาเดิมและบรรยากาศโดยรวมของใบหน้าจึงสำคัญอย่างยิ่ง
ที่ VIBE Plastic Surgery เราให้ความสำคัญกับระดับความคมชัดที่ทำให้ดวงตาดูเป็นธรรมชาติ สบายตา และเข้ากับคนไข้มากที่สุด มากกว่าแค่การขยายขนาดตาให้โตเพียงอย่างเดียวครับ
กรณีแบบไหนที่ควรทำเปิดหัวตา/เปิดมุมบน (Epicanthoplasty/Upper Canthoplasty)?
หากมีรอยพับมองโกเลียนบริเวณหัวตาค่อนข้างหนาจนทำให้รูปตาดูอึดอัด หรือตาดูสั้นเมื่อเทียบกับความยาวจริง ก็สามารถพิจารณาทำเปิดหัวตาได้ครับ
แต่ถ้าเปิดหัวตามากเกินไป อาจทำให้ดูหลอกตาหรือแข็งทื่อได้
ดังนั้นการเปิดให้กว้างมาก ๆ จึงไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไป
สิ่งสำคัญไม่ใช่การเปิดกว้างแค่ไหน แต่คือการเปิดอย่างไรและเปิดถึงจุดไหนให้รับกับใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติครับ
ส่วนการเปิดมุมบน (Upper Canthoplasty) ก็ช่วยลดความอึดอัดบริเวณเฉียงเหนือหัวตาได้เป็นอย่างดี
เมื่อดีไซน์การเปิดหัวตาและเปิดมุมบนร่วมกัน จะไม่ได้เป็นการเปิดหัวตาให้แหลมทื่อเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นการจัดระเบียบเนื้อเยื่อที่บดบังบริเวณมุมหัวตาด้านในและด้านบนอย่างนุ่มนวล
ช่วยสร้างรูปตาที่ดูหวานละมุนและเปิดกว้างสดใสยิ่งขึ้นครับ
ใครบ้างที่เหมาะกับการปรับกล้ามเนื้อตากึ่งกรีดร่วมกับการเปิดหัวตา/เปิดมุมบน?
หากท่านมีลักษณะดังต่อไปนี้ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อพิจารณาการผ่าตัดได้ครับ
✔ ผู้ที่เวลาลืมตาแล้วตาดำถูกปิดบังไปมาก ดูง่วงนอนตลอดเวลา
กรณีที่แรงเปิดตาไม่เพียงพอ ทำให้ภาพรวมของดวงตาดูอึดอัด
✔ ผู้ที่มีชั้นตาอยู่แล้วแต่ดวงตาดูไม่คมชัด
กรณีนี้การปรับแรงลืมตาจะตรงจุดมากกว่าแค่การสร้างรอยพับชั้นตาใหม่เพียงอย่างเดียว
✔ ผู้ที่มีรอยพับมุมหัวตาทำให้ดวงตาดูอึดอัดและแคบ
หากรูปตาดูสั้นกว่าสัดส่วนจริง หรือมีเนื้อปิดคลุมหัวตา ควรพิจารณาเปิดหัวตา/เปิดมุมบนร่วมด้วย
✔ ผู้ที่ต้องการศัลยกรรมตาที่ได้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่อยากได้ตาโตเว่อร์หรือแฟนซีเกินไป แต่ต้องการคงเอกลักษณ์รูปตาเดิมไว้พร้อมเพิ่มความคมชัดและมีเสน่ห์
✔ ผู้ที่ให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวที่รวดเร็ว
หากสภาพตาเหมาะสมกับวิธีกึ่งกรีด การลดขนาดรอยแผลเมื่อเทียบกับการกรีดยาว
จะช่วยลดภาระในการพักฟื้นได้อย่างมากครับ





หลังผ่าตัด มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?
ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในเคสนี้ ไม่ใช่แค่การมีชั้นตาขึ้นมาเท่านั้นครับ
ก่อนผ่าตัด เปลือกตาตกลงมาบดบังตาดำบางส่วน ทำให้ภาพรวมดูอึดอัดและไม่สดใส
แต่หลังผ่าตัด จะเห็นได้ว่าแรงในการลืมตามีความกระชับและชัดเจนขึ้น ทำให้ดวงตาดูกลมโต สดใส และเปิดกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะบริเวณหัวตา เมื่อได้รับการเปิดหัวตาและเปิดมุมบน เนื้อเยื่อรอยพับมองโกเลียนที่เคยบดบังถูกเปิดออกอย่างเป็นธรรมชาติ
ส่งผลให้ความยาวแนวนอนของดวงตาดูเรียวยาวและได้สัดส่วนยิ่งขึ้นครับ
สรุปเปรียบเทียบ :
ก่อนผ่าตัด
ตาดำถูกบดบังบางส่วน ทำให้ดูอึดอัด
รูปตาดูเลือนราง ไม่คมชัด
มีรอยพับหัวตาปิดคลุม ทำให้หัวตาดูอึดอัด
ดวงตาดูสั้นกว่าความยาวจริง
หลังผ่าตัด
แรงลืมตามีพลังและคมชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ตาดำเปิดกว้างเป็นธรรมชาติ เผยดวงตาที่สดใส
แก้ปัญหาความอึดอัดบริเวณหัวตาและมุมบนได้หมดจด
ความยาวแนวนอนของดวงตาดูเปิดกว้างและยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ภาพรวมใบหน้าดูสดใส คมชัด และมีชีวิตชีวา
ที่สำคัญที่สุดคือ ตาไม่ได้ดูเบิกกว้างจนเกินไปหรือไม่เป็นธรรมชาติ
แต่ยังคงรักษาภาพลักษณ์ที่นุ่มนวลเดิมเอาไว้ พร้อมดึงเอาจุดเด่นของดวงตาออกมาได้อย่างเต็มที่ครับ
การทำศัลยกรรมตา ไม่ใช่แค่การทำให้ตาโตขึ้นอย่างเดียวเสมอไป !
หลายท่านที่กำลังตัดสินใจทำตามักคิดว่า “อยากให้ตาโตที่สุดเท่าที่จะทำได้”
แต่ในการผ่าตัดจริง มีสิ่งที่สำคัญมากกว่าแค่ขนาดของดวงตาครับ
นั่นคือฟังก์ชันการทำงานของตาและความกลมกลืนกับใบหน้าโดยรวม
แรงเปิดตาเป็นอย่างไร เปลือกตาหนาแค่ไหน รอยพับหัวตามีมากน้อยเพียงใด
และแนวชั้นตาเดิมเป็นแบบไหน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการเลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมทั้งสิ้นครับ
สำหรับบางท่าน วิธีเย็บจุดอาจจะเหมาะสมที่สุด
แต่สำหรับบางท่าน การปรับกล้ามเนื้อตากึ่งกรีดอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
การเปิดหัวตาก็เช่นกัน บางคนจำเป็นต้องทำ
แต่บางคนไม่ทำเลยก็อาจจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
ดังนั้น การศัลยกรรมตาจึงไม่ใช่การใช้วิธีเดียวกันกับทุกคน
แต่เป็นการเลือกเทคนิคที่สอดรับกับโครงสร้างดวงตาเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริงครับ
เหตุผลที่ VIBE Plastic Surgery ให้ความสำคัญกับการออกแบบชั้นตา
ที่ VIBE Plastic Surgery เราไม่เน้นเพียงแค่การสร้างรูปตาตามกระแสนิยม
แต่เราพิจารณาโครงสร้างตาเดิมและเอกลักษณ์ภาพรวมของใบหน้าคนไข้อย่างละเอียดลออ
แม้จะเป็นการปรับกล้ามเนื้อตาเหมือนกัน แต่ระดับการดึงยกที่ต่างกันก็ให้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน
หรือการเปิดหัวตาแบบเดียวกัน หากดีไซน์ต่างกัน ภาพลักษณ์ที่ได้ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นในขั้นตอนการให้คำปรึกษาก่อนผ่าตัด เราจึงประเมินอย่างรอบด้าน :
✔ แรงในการลืมตา
✔ ความหนาของเปลือกตา
✔ ชั้นตาเดิม
✔ ลักษณะของรอยพับมุมหัวตา
✔ โครงสร้างบริเวณหัวตาและมุมบน
✔ ภาพลักษณ์ที่คนไข้ต้องการและสัดส่วนของใบหน้าโดยรวม
โดยเฉพาะสำหรับท่านที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
การปรับกล้ามเนื้อตาอย่างพอดีและการดีไซน์การเปิดมุมตาอย่างประณีตจึงเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งครับ
เปลี่ยนดวงตาที่ดูอึดอัด ให้สดใส คมชัด และเป็นธรรมชาติ
การปรับกล้ามเนื้อตากึ่งกรีด ร่วมกับการเปิดหัวตาและเปิดมุมบน ไม่ควรมองแยกเป็นการผ่าตัดเดี่ยว ๆ
แต่เมื่อนำมาวางแผนร่วมกันโดยคำนึงถึงโครงสร้างดวงตาทั้งหมด จะช่วยมอบผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นครับ
ในเคสนี้ก็เช่นกัน เราไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการยกชั้นตาให้สูงขึ้น
แต่เน้นการเสริมแรงลืมตาอย่างเป็นธรรมชาติ
จัดระเบียบเนื้อเยื่อบริเวณหัวตาที่เคยปิดทับ
เพื่อคงเสน่ห์เดิมของใบหน้าไว้ พร้อมเนรมิตดวงตาคู่ใหม่ที่คมชัด สดใส และเปิดกว้างขึ้น
หากคุณกำลังคิดจะทำศัลยกรรมตา แทนที่จะมองหาวิธีทำให้ตาโตเพียงอย่างเดียว
ควรเริ่มจากการตรวจสอบว่า ดวงตาเดิมของเราควรปรับแก้จุดใด จึงจะได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและน่าพึงพอใจที่สุด
ที่ VIBE Plastic Surgery เราพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบดวงตาที่สวย คมชัด และเป็นธรรมชาติ ในแบบที่รับกับใบหน้าของคุณที่สุดเป็นรายบุคคลครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
จุดเด่นสำคัญของการปรับกล้ามเนื้อตากึ่งกรีดคืออะไร?
คือการลดขนาดของรอยแผลผ่าตัดให้เหลือน้อยที่สุด ช่วยลดความกังวลเรื่องรอยแผลเป็นและระยะเวลาพักฟื้น วิธีกึ่งกรีดสร้างความกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อน้อยกว่าวิธีกรีดยาว จึงกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างไว และต่างจากวิธีเย็บจุดตรงที่แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในเพื่อปรับแต่งทรงตาได้อย่างละเอียดแม่นยำ มอบผลลัพธ์ที่คมชัดและอยู่ทนครับ
กรณีแบบไหนที่ควรทำการเปิดหัวตาและเปิดมุมบนร่วมด้วย?
เหมาะสำหรับผู้ที่มีรอยพับมุมหัวตาหนาจนทำให้ดวงตาดูอึดอัด หรือรูปตาดูสั้นแคบ การเปิดหัวตาร่วมกับการเปิดมุมบนจะช่วยเปิดพื้นที่ด้านหน้าและด้านบนของหัวตาอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ตาดูเรียวยาว สดใส โดยไม่ทำให้หัวตาดูแหลมแข็งหรือหลอกตาครับ
คนที่มีปัญหาตาปรือเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา สามารถแก้ไขได้ไหม?
สามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุดด้วยการปรับกล้ามเนื้อตาครับ หากกล้ามเนื้อยกเปลือกตามีแรงน้อยจนเปลือกตาตกลงมาบดบังตาดำทำให้ดูง่วงเพลีย การผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อตาจะช่วยเสริมแรงยกเปลือกตา ทำให้เปิดตาดำได้กว้างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาจึงดูกลมโตและสดใสขึ้นทันทีครับ
หลังปรับกล้ามเนื้อตากึ่งกรีด จะมีรอยแผลเป็นหลงเหลือชัดเจนหรือไม่?
ไม่ครับ สามารถดีไซน์ให้รอยแผลเนียนตาจนแทบมองไม่เห็นได้ เนื่องจากเป็นการเปิดแผลขนาดเล็กเฉพาะจุด เมื่อแผลหายดี รอยเส้นจะซ่อนตัวเข้ากับแนวพับชั้นตาตามธรรมชาติอย่างแนบเนียน ช่วยลดความกังวลเรื่องรอยแผลเป็นได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การสมานตัวของแผลอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคลครับ